รวมข่าวลืออุปกรณ์ AR/VR จาก Apple – มีคอนแทคเลนส์ AR ด้วย !!

ข่าวลือเกี่ยวกับอุปกรณ์ AR และ VR ของ Apple เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งล่าสุดมีข่าวหลุดมาทั้งอุปกรณ์สวมใส่, แว่นตา และคอนแทคเลนส์ !! จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลยครับ

Mixed Reality Headset

เริ่มต้นด้วยที่ Mixed reality headset อุปกรณ์สวมใส่ศีรษะที่ผสมผสานระหว่าง VR (การสร้างโลกเสมือนจริง) และ AR (การจำลองวัตถุเข้ากับสิ่งแวดล้อม) ซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกับอุปกรณ์เล่นเกมอย่าง Oculus rift หรือ HTC VIVE โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวในปี 2022 ด้วยราคาราว 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 30,830 บาท

นักวิเคราะห์เชื่อว่าขณะนี้ Mixed reality headset กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา เนื่องจากทาง Apple ต้องการทำให้อุปกรณ์มีน้ำหนักเบามากพอที่ผู้ใช้จะสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่า และถ้าทำได้จริงมันก็จะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในตลาดนี้เลยล่ะครับ

Apple Glasses

หลังจากที่ Apple ได้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ศีรษะแล้ว จากข้อมูลอื่น ๆ ที่หลุดออกมาบนโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้ Apple ก็กำลังพัฒนาแว่นตา AR ซึ่งสามารถควบคุมการทำงานของ iPhone ผ่านตัวแว่นตาได้ เสมือนมีหน้าจอของ iPhone ปรากฏอยู่ตรงหน้า อีกทั้งยังมาพร้อมเซนเซอร์ LiDAR scanner เพื่อตรวจวัดระยะต่าง ๆ รวมถึงการจับทิศทางของมือ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถออกคำสั่งเมนูที่ปรากฎด้านหน้าได้อย่างไร้ขีดจำกัด

สำหรับ Apple Glasses นี้ คาดว่าจะเปิดตัวในกลางปี 2025 ครับ

AR contact lens

นับว่าเป็นไฮไลต์ของข่าวลือนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับคอนแทคเลนส์ที่สามารถแสดงผล AR ได้ ซึ่งคาดว่าคุณสมบัติคงไม่แตกต่างไปจากตัวแว่นตา คือการแสดงผลหน้าจอของ iPhone ให้เห็นผ่านตัวเลนส์ โดยผู้ใช้จะต้องสั่งการ iPhone ด้วยเสียง (สั่งผ่าน Siri) จากนั้นก็จะมีเมนูต่าง ๆ ปรากฏให้เห็นตรงหน้าครับ

พูดง่าย ๆ คือคอนแทคเลนส์จะช่วยให้คุณสั่งการ iPhone ด้วยเสียงได้ และไม่ต้องก้มไปมองที่มือถือเลย แต่อาจจะแตกต่างจากตัว Apple Glasses ตรงที่คุณสามารถควบคุมเมนูที่ปรากฏตรงหน้าได้ด้วยนิ้วมือของคุณเอง เนื่องจากแว่นตามีเซนเซอร์ LiDAR มาให้ ในขณะที่คอนแทคเลนส์มีพื้นที่จำกัด จึงใช้ได้แค่การแสดงผลหน้าจอเฉย ๆ

สำหรับคอนแทคเลนส์ AR นี้คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2030-2040 ครับ

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้ก้าวกระโดดไปมาก โดยเฉพาะ Apple Glasses นี้ผมสนใจมากเลย สักวันคงจะได้เห็นจอ iPhone ปรากฏอยู่บนหน้าของเรา เปิดแมปนำทางเสมือนจริงได้อย่างน่าอัศจรรย์

ขอขอบคุณข้อมูลจาก The Verge