สรุปงาน Apple Event ปี 2022 เปิดตัวสินค้าใหม่ มีอะไรบ้าง?!

วันนี้ที่รอคอยก็มาถึงซะทีนะฮะ มี Apple Event แต่ละทีต้องชวนลุ้นจนตัวโก่งทุกทีว่าจะมีอะไรใหม่ๆที่น่าสนใจบ้าง จบงานปุ๊บดอ อาตี๋รีวิวก็รวบรวมมาให้แล้วววว จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกันฮะ!!

พึ่งประกาศจัดงานไปไม่นาน สินค้าตัวใหม่ก็มีการเปิดตัวไปแล้วเมื่อคืนนี้ (วันที่ 7 กันยายน หรือย่างเข้าวันที่ 8 กันยายน เวลาไทย) หลังจบงาน Apple Event ‘Far Out’ อาตี๋รีวิวทีมก็รีบบบบ รวบรวมข้อมูลสินค้าที่มีการเปิดตัวไปสดๆร้อนๆ มาให้เพื่อนๆแล้วนะฮะ ไปดูกันฮะว่ามีสินค้าใหม่อันไหนน่าสนใจบ้าง จะได้เตรียมเงินไปซื้อกันนะ

1. iPhone 14 เรียกว่าเป็นไฮไลท์ที่หลายคนรอคอยเลยก็ว่าได้ กับ iPhone 14 ที่มีออกมาทั้งหมด 4 รุ่น

  • iPhone 14
  • iPhone 14 Plus
  • iPhone 14 Pro
  • iPhone 14 Pro Max

iPhone 14 และ iPhone 14 Plus

  • iPhone 14 มีขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว
  • iPhone 14 Plus หน้าจอ 6.7 นิ้ว
  • จอแบบ Super Retina XDR ที่สวยสะดุดตา ที่เป็นจอ OLED รองรับความสว่างแบบ HDR สูงสุด 1,200 นิต
  • กระจกหน้าจอเป็น Ceramic Shield ทนน้ำทนฝุ่นด้วยมาตรฐาน IP68 (ความลึกไม่เกิน 6 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาที)
  • ใช้ชิป A15 Bionic
  • สื่อสารผ่านดาวเทียมแบบไม่ต้องใช้สัญญาณมือถือ สำหรับฟีเจอร์ฉุกเฉิน
  • การเชื่อมต่อ รองรับ 5G และ eSIM (ไม่มีถาดใส่ซิม เฉพาะ US Model)
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น  iPhone 14 Plus ใช้ได้นานสุด 26 ชั่วโมง ส่วน iPhone 14 ใช้ได้นานสุด 20 ชั่วโมงฮะ
  • รอยบากบนหน้าจอยังเป็นแบบเดิมอยู่
  • ไม่มี ProMotion
  • กล้องยังเหมือนที่ใช้ใน iPhone 13 อยู่ กล้องหน้า 12MP แบบ True Dept ถ่ายในที่แสงน้อยดีขึ้น 2 เท่า มีเซ็นเซอร์ใหญ่ขึ้น ปรับรูรับแสงให้กว้างขึ้นเป็น f/1.9 และสามารถโฟกัสอัตโนมัติได้
  • สี iPhone 14 และ iPhone 14 Plus มี ถ สีให้เลือก คือ สีสตาร์ไลท์, มิดไนท์, แดง,สีฟ้า(สีใหม่) และสีม่วง(สีใหม่)
  • มีความจุ 3 ขนาด คือ 128GB, 256GB และ 512GB
  • iPhone 14 มีราคาเริ่มต้น 32,900 บาท และ iPhone 14 Plus ราคาเริ่มต้น 37,900 บาท

iPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro MAX

  • iPhone 14 Pro มีขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว
  • iPhone 14 Pro มีขนาด 6.7 นิ้ว
  • หน้าจอแสดงผล ProMotion ด้วยอัตรารีเฟรชเรท 1 – 120Hz
  • ใช้ ชิป A16 Bionic ตัวใหม่
  • มีฟีเจอร์ Always-On Display หรือ การแสดงผลแบบติดตลอด
  • สื่อสารผ่านดาวเทียมแบบไม่ต้องใช้สัญญาณมือถือ
  • รูบนจอเป็นรูปแคปซูลยาวอันเดียว มีลูกเล่นที่ตอบโต้ได้ เรียกว่า Dynamic Island
  • ความสว่างสูงสุด 2,000 นิต
  • กล้องหลักความละเอียด 48MP
  • ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ 2-3 เท่า
  • มี 4 สีให้เลือก คือ สีดำสเปซแบล็ก, สีม่วงเข้ม(สีใหม่), สีทอง และ สีเงิน
  • มี 4 ความจุ คือ 128GB, 256GB, 512GB และ 1TB
  • iPhone 14 Pro ราคาเริ่มต้น 41,900 บาท iPhone 14 Pro Max ราคาเริ่มต้นที่ 44,900 บาท

2. Apple Watch Series 8

  • ฟีเจอร์เรื่องการดูแลสุขภาพมาแบบครบ เซนเซอร์วัดอุณหภูมิที่ร่างกาย ตรวจจับความร้อนได้ดีขึ้น
  • หน้าจอสว่างขึ้นรองรับการใส่ว่ายน้ำ กันฝุ่น กันหน้าจอแตก เน้นการใช้งานออกกำลังกายช่วยให้ปลอดภัยด้วยระบบการติดต่อฉุกเฉิน วัดคลื่นหัวใจ ออกซิเจนในเลือด 
  • มีตัวเรือนขนาด 41 มม. และ 45 มม.
  • ดีไซน์ยังเหมือนกับ Apple Watch Series 7 อยู่
  • มีสีให้เลือกทั้ง Midnight, Starlight, เงิน, แดง, ทอง, กราไฟต์ และดำสเปซเบล็ค
  • ฟีเจอร์การตรวจจับรถชน
  • โหมดประหยัดพลังงาน ใช้งานได้ 36 ชั่วโมง และชาร์จไฟได้เร็วขึ้น
  • รองรับการใช้งาน International Roaming ใช้งานหลากหลายประเทศ
  • ตัวเรือนอะลูมิเนียม ราคาเริ่มต้นที่ 15,900 บาท
  • ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สีทอง สายแบบ Leather Link มีราคาเริ่มต้นที่ 29,900 บาท

3. Apple Watch SE

  • รุ่นประหยัดอย่าง Apple Watch SE มีการออกแบบใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น การแจ้งเตือนและสุขภาพ รวมถึง Crash Detection, กันน้ำได้ดี มีเหมือนเดิม สีสันที่สวยงาม
  • ทำงานเร็วกว่า Apple Watch Series 3, จอใหญ่ขึ้น, และแบตเตอรี่มากขึ้น
  • ตัวเรือนอะลูมิเนียม สีเงิน, สีมิดไนท์ เริ่มต้นที่ 9,900 บาท
  • ตัวเรือนอะลูมิเนียม สีสตาร์ไลท์ สายแบบ Braided Solo Loop เริ่มต้นที่ 11,900 บาท

4. Apple Watch Ultra

  • จากที่คาดการณ์กันไว้ว่าจะมี Apple Watch Pro ก็กลายเป็น Apple Watch Ultra แทน
  • วัสดุที่ใช้เป็นไทเทเนียมแข็งแรงระดับยานอวกาศ ตัวเรือนขนาด 49 มม.
  • สวา่งสุด 2,000 nits
  • กระจกแบบ Sapphire แข็งแรงมากขึ้น
  • แบตเตอรี่อึดกว่ารุ่นปกติ อยู่ได้ 36 ชั่วโมง และยืดอายุได้สูงสุด 60 ชั่วโมง
  • ใช่้งานได้ทนทานกว่ารุ่นปกติ มีความแข็งแรง ใช้งานแบบลุยๆได้
  • สามารถใส่ดำน้ำได้โดยกันน้ำในแบบ WR100 เลยทีเดียว ผ่านมาตรฐานดันน้ำ EN13319
  • ปุ่มกดต่างๆ สามารถกดใต้น้ำเพื่อสั่งงานได้อย่างถยัดและยังมีการรายงานแผนการดำน้ำกับโปรแกรม Oceanic+ ได้
  • ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 31,900 บาท

5. AirPods Pro รุ่นที่ 2

รอบนี้ AirPods Pro รุ่นที่ 2 ก็เปิดตัวออกมาซะทีนะฮะ ครั้งนี้มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ที่เล็กกว่าเดิม เคสชาร์จเพิ่มลำโพงให้สามารถค้นหา AirPods ได้ง่ายขึ้น โดยใช้กับแอป Find my ส่วนชิปใช้ H2 ที่มีการอัพเดตใหม่ มีการขยาย Driver พร้อมกับ Amplifier ใหญ่ขึ้น พร้อมความสามารถการตัดเสียงรบกวนที่ดีขึ้น 2 เท่า ใช้งานได้นาน 6 ชั่วโมง, ที่เคสรวมกัน 30 ชั่วโมง และยังสามารถชาร์จไฟกับ MagSafe ของ Apple Watch ได้ด้วย ราคาอยู่ที่  8,990 บาท

ที่มา : Apple

เรื่องเด่นที่ต้องอ่านต่อ:

แจ่ม! Infinix Zero Ultra สมาร์ทโฟนกล้อง 200MP เปิดตัวแล้ว สนนราคาเพียง 19,300 บาท
มาละจ้า! Xiaomi 12T และ Xiaomi 12T Pro เปิดตัวในไทยแล้ว สนนราคาเริ่มต้นที่ 17,990 บาทเท่านั้น
แจ่ม! เปิดตัว Nokia X30 5G มาพร้อมชิพ Snapdragon 695 5G รีเฟรชเรท 90Hz และกล้องหลังคู่ 50MP
พร้อม! Redmi Note 11S รุ่น 6/128GB วางขายในไทย สนนราคาเพียง 7,999 บาทเท่านั้น
ดาวน์โหลดฟรี! Avenger Endgame Mobile Wallpaper แจกวอลเปเปอร์ภาพพื้นหลัง อเวนเจอร์ส: เผด็จศึก
รอลุ้น! Redmi Note 12 Series มีแววเปิดตัวเดือนหน้า ในราคาเริ่มต้นที่ 3,700 บาท
4 แบรนด์มือถือจับมือเปิดตัวมาตรฐานชาร์ตไว การันตีใช้มาตรฐานชาร์ตไวเดียวกัน
AIS ส่งกำลังใจ พร้อมมอบความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมจากพายุโนรู