4 แอปเช็คค่าฝุ่น PM2.5 ที่ต้องมีติดเครื่องในปี 2024…!?

บอกเลยว่าในช่วงต้นปีเป็นช่วงที่ทุกคนในประเทศต้องเจอ ก็คือ PM 2.5 นั้นเอง ที่หนักๆ เลยคือเชียงใหม่ กรุงเทพฯ เจอกันแทบทุกปีเลย สามารถถูกสูดเข้าลึกถึงทางเดินหายใจและปอด ก่อให้เกิดการระคายเคือง แสบจมูก ไอ จาม มีเสมหะ หอบหืด หัวใจวายเฉียบพลัน หลอดเลือดสมองตีบ และที่อันตรายที่สุดอาจถึงขั้นเป็นมะเร็งปอด ได้เลยนะ

ค่าแรก ค่าAQI หรือค่าดัชนีคุณภาพอากาศ ค่านี้จะบอกสภาพอากาศแต่ละพื้นที่นะ ว่าเป็นยังไงบ้าง

ระดับที่ 1 สีฟ้า มีค่าช่วง 0-25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก

ระดับที่ 2 สีเขียว มีค่าช่วง 26-50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศระดับดี

ระดับที่ 3 สีเหลือง มีค่าช่วง 51-100 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศระดับปานกลาง ​​ประชาชนทั่วไปควรหลีกเลี่ยงทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง เฝ้าระวังอาการผิดปกติ หากผิดปกติให้รีบพบแพทย์ ส่วนกลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกัน มีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์

ระดับที่ 4 สีส้ม มีค่ามากกว่า 101-200 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ประชาชนทั่วไปควรลดหรือจำกัดการทำกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก และเฝ้าระวังอาการผิดปกติ หากมีให้พบแพทย์ ส่วนกลุ่มเสียงหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก มีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์

ระดับที่ 5 สีแดง มีค่ามากกว่า 201 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ขึ้นไป คุณภาพอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นขนาดเล็ก เฝ้าระวังอาการผิดปกติ หากมีให้พบแพทย์

และอีก 1 ค่าที่ต้องดู ก็คือ ค่าฝุ่น PM 2.5 มีค่าที่แนะนำว่าไม่ควรเกินเท่าไหรด้วยนะ มีด้วยกัน 2 แบบ

คือค่ากลางของกรมอนามัยโลก เขาแนะนำว่าไม่ควรเกิน 25 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร 

ค่าที่แบ่งแยกเป็นแต่ละประเทศ ก็จะมีความแตกต่างกัน อย่างของประเทศไทย ไม่ควรเกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร

แอปแรก AirVisual แอปพลิเคชันรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ จากผู้ให้บริการข้อมูลมลพิษทางอากาศชั้นนำของโลก โดยสามารถวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index หรือ AQI)  ที่จะช่วยให้เราทราบว่า ในพื้นที่ที่เราอยู่หรือใกล้เคียงมีค่า AQI เท่าไร แต่หากค่าสูงเกินไปแอปพลิเคชันจะแนะนำให้เตรียมพร้อมในการป้องกัน อย่างการสวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องเดินทางนอกอาคาร หรืองดออกกำลังกายในที่โล่งแจ้ง เมื่อสภาพอากาศเป็นพิษ

แอปที่ 2 Air4Thai เป็นแอปพลิเคชันรายงานดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย โดยรายงานข้อมูลเป็นรายชั่วโมงในบางสถานี และข้อมูลรายวัน พร้อมแผนที่แสดง และแสดงกราฟคุณภาพอากาศย้อนหลัง 7 วัน ซึ่งเป็นข้อมูลจากสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษในพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะแสดงค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index หรือ AQI) หรือ “ค่าฝุ่น” ซึ่งจะแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ตั้งแต่ 0 ถึง 201 ขึ้นไป ซึ่งแต่ละระดับจะใช้สีเป็นสัญลักษณ์ เพื่อเปรียบเทียบระดับของผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย

แอปที่ 3 GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมมือกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาแอปพลิเคชัน “เช็คฝุ่น” ซึ่งเป็นการนำฐานข้อมูลของข้อมูลจากดาวเทียม ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และข้อมูลจากสถานีตรวจวัดที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ PM2.5 เชิงพื้นที่มาผสมผสานเชื่อมโยงกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ชั่วโมงต่อชั่วโมง ซึ่งจะทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง อีกทั้งยังสามารถหลีกเลี่ยงและป้องกันอันตรายจากมลภาวะทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และแอปสุดท้าย AirBKK แอปพลิเคชันรายงานคุณภาพอากาศของ กทม. ที่สามารถแจ้งเตือนให้รู้ถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพ หรือระยะเวลาที่สามารถอยู่ได้ในแต่ละพื้นที่อย่างปลอดภัย จากผลกระทบของปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ ซึ่งเราสามารถประเมินความเสี่ยงและป้องกันตนเองในเบื้องต้นได้ หากจำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีค่ามลพิษทางอากาศสูง นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียงกรุงเทพมหานคร หรือคลิก www.bangkokairquality.com

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแอปที่แนะนำให้ทุกคนโหลดติดเครื่องไว้นะครับ ใช่ช่วงของสภาพอากาศบ้านเราไม่ค่อยจะดีต่อสุขภาพเท่าไหร่นะ และใครที่จะออกไปนอกบ้าน ก็ใส่แมสกันกันฝุ่น PM 2.5 กันด้วยนะครับ