แปลกเนอะ!! ผลวิเคราะห์เผย มือถือแพงขึ้น แต่กลับขายดีขึ้น

ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา ราคาของมือถือนับว่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ iPhone X ที่มีราคามากกว่า 1,000 เหรียญ (30,000 บาท) ซึ่งนับว่าราคาโหดมากๆ ได้เปิดตัวออกมา ต่อจากนั้นผู้ผลิตยี่ห้ออื่นๆ ก็ได้ผลิตมือถือ hi end ราคาก็ไม่ได้น้อยหน้ารุ่นก่อนหน้านี้ ตามกันออกมากันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทั้ง Samsung S10+ และ Huawei P30 pro ซึ่งถือว่าราคาแรงๆ กันทั้งนั้น

ทำไมมือถือถึงมีราคาสูง

เทียบกับราคาของมือถือรุ่น hi-end เมื่อหลายปีก่อน นับว่าเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 2 เท่า ถึงราคาเพิ่มขึ้นมากแต่ก็มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น แสกนหน้าปล๊ดล๊อค, จากแสดงผลแบบ OLED, หน่วยความจำกับชิปประมวลที่มีประสิทธิภาพสูงมากล้ำ รวมไปถึงกล้องที่ทั่้งมีจำนวนมากขึ้นและคุณภาพที่ดีมากๆ

ยอดขายรุ่น Hi-end ที่เพิ่มขึ้น

ที่สำคัญยอดขายมือถือรุ่น hi-end ที่มีราคาแพงๆ นั้นกลับมียอดขายที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตรงข้ามกับมือถือรุ่นทั่วๆไปที่ราคาไม่สูงมากนั้น กลายเป็นว่ายอดขายคงตัวไม่ได้เพิ่มขึ้น

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นนี้เอง ทำให้แบนด์มือถือหันมาลงทุนผลิตมือถือรุ่น hi-end ที่ใช้เทคโนโลยีสูงๆ มากันเรื่อยๆ

ค่าซ่อมแซมที่แพงตามค่าอะไหล่

ถึงกระนั้นนอกจากราคาขายของมือถือจะสูงลิ้วแล้ว การซ่อมแซมมือถือเหล่านั้นก็สูงตามกัน เนื่องจากใช้เทคโนโลยีใหม่ๆมีราคาสูงนั้นเอง

โดยที่ทางเว็บไซด์ Phonearena ได้ทำการสรุปและรวบรวมค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อม จอ และแผงหลัง สำหรับมือถือ hi-end ของแต่ละยี่ห้อให้เราได้ชมกัน

ถ้าหากเราโชคร้ายทำ S10 แสนรัก ตก! แล้วจอแตก! เราต้องเสียค่าเปลี่ยนจอไปอย่างน้อย 260+$ หรือ 7,000 กว่าบาท แพงมากใช่ไหมครับ แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังซื้ออยู่ดี เพราะฟีเจอร์ของเขามันดีนิเนอะ เพราะฉนั้นถ้าเราไม่อยากเสียเงินไปกับค่าซ่อมทั้งหลายก็ควรใช้มือถืออย่างระมัดระวัง หากระจกกันแตกหรือเคสดีๆ มาใช้กันนะคับทุกคน

ขอบคุณ Phonearena